This Theme Supports a Custom FrontPage

ออทิสติก เกิดจากอะไร สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์

ออทิสติก เกิดจากอะไร สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์

หนึ่งในความกังวลของคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์ทุกรายก็คือ ความคาดหวังว่าลูกในท้องจะออกมาเป็นอย่างไร แน่นอนว่าสิ่งที่คุณแม่ทุกคนต้องการต้องเป็นการคลอดอย่างไม่มีปัญหา และลูกของเธอจะต้องออกมาครบสมบูรณ์ทุกประการ หนึ่งในภาวะความผิดปกติที่หากคุณแม่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกก็คือ ภาวะออทิสติก เรื่องนี้เป็นอย่างไรเราป้องกันได้แค่ไหน ภาวะออทิสติกคืออะไร เด็กที่มีภาวะออทิสติกนั้น จะหมายถึง เด็กที่สมองมีการทำงานซับซ้อนมากเกินไปนั่นทำให้เค้าเกิดปัญหาเวลามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น แม้จะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม เค้าจะไม่สามารถสื่อสารตามสิ่งที่ต้องการได้ หรือบางกรณีอาจจะแสดงออกด้วยอารมณ์รุนแรงได้เลย หากไม่ถูกใจหรือมีอะไรไปกระตุ้นให้กลัว เสียใจ ตกใจ แบบสุดขีด ความน่ากลัวของโรค สำหรับภาวะออทิสติกนั้น ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นทำให้ การค้นพบเด็กที่เป็นโรคดังกล่าวมากขึ้นตามไปด้วย จนทำให้สัดส่วนของเด็กออทิสติกกับเด็กปกติขยับเข้ามาที่ 88 คนต่อ 1 คน ความน่ากลัวอย่างแรกก็คือโรคนี้นักวิทยาศาสตร์ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่า มันเกิดจากอะไรกันแน่บ้างก็ว่าเกิดจากความผิดปกติของยีน บางก็ว่าสืบทอดมาทางพันธุกรรมหาคนในครอบครัวมีประวัติ เมื่อไม่รู้สาเหตุของการเกิดโรคทำให้การรักษาให้หายขาดเป็นไปได้ยากมาก แม้จะไม่สามารถหาทางรักษาได้ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ได้ตั้งแต่ในครรภ์ การปรับพฤติกรรมการกิน อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในช่วงเวลาคุณแม่ตั้งครรภ์เพราะว่าอาหารนอกจากจะช่วยให้พลังงานกับคุณแม่แล้ว ยังเป็นวัตถุดิบที่จะช่วยให้ลูกในท้องเติบโตได้เจริญสมวัยอีกด้วย นั่นทำให้คุณแม่ต้องปรับพฤติกรรมการกินอาหารของตัวเอง กินอาหารที่มีประโยชน์ ครบทั้ง 5 หมู่ ผัก ผลไม้ควรมีครบเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร นอกจากนั้นเครื่องดื่มที่แอลกอฮอล์, คาเฟอีน หรือ สารอันตรายอย่างอื่นควรงดทันทีเพื่อลดสารอันตรายจะไปสู่ลูกน้อยได้ ความเครียด คุณแม่ยุคนี้หลายคนระหว่างตั้งครรภ์ก็ยังต้องทำงานไปด้วย เพื่อช่วยสามีหาเงินเอาไว้ใช้จ่ายต้อนรับลูกในครรภ์ที่จะเกิดมา ซึ่งการทำงานก็จะทำให้คุณแม่เกิดความเครียดได้ อีกทั้งความเครียดยังส่งผลไปถึงลูกด้วย ดังนั้นคุณแม่ควรหาเวลาพักผ่อนจิตใจ ร่างกาย เพื่อไม่ให้ความเครียดสะสมมากเกินไปด้วยRead more about ออทิสติก เกิดจากอะไร สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์[…]

พฤติกรรมของเด็กพิเศษที่คุณควรรู้ 

พฤติกรรมของเด็กพิเศษที่คุณควรรู้ 

วันนี้เราจะพามารู้จักกับโรคประหลาดที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกัน โรคนี้ชื่อว่า “วิลเลี่ยมซินโดรม” (Williams Syndrome) ถือเป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับเด็กที่เราเรียกกันว่า “โรคนางฟ้า” เด็กที่เป็นโรคนางฟ้านั้น จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องได้รับการักษาเฉพาะทาง โรคนี้เกิดจากความผิดพลาดทางโครโมโซม ซึ่งอาจเกิดได้จากในตอนทีเป็นไข่หรือเสปิร์ม เมื่อเจริญวัยเป็นทารกเด็กก็จะเกิดมาพร้อมกับโรควิลเลี่ยมซินโดรม มักจะเกิดขึ้น 1 ใน 10,000 คนของประชากรทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกามีเด็กที่เป็นโรคนี้มากกว่า 2 – 3 หมื่นคน ซึ่งเชื่อกันว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้เท่าๆกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย พฤติกรรมของเด็กพิเศษที่เป็นโรควิลเลี่ยมซินโดรม เด็กส่วนใหญ่ที่เป็นโรควิลเลี่ยมซินโรมจะมีลักษณะพิเศษบนใบหน้า พวกเขามักจะมีจมูกขนาดเล็ก มีปากกว้างกว่าปกติ คางตื้น ตามีอาการบวม มีม่านตาที่โดดเด่น พฤติกรรมของเด็กมักจะมีอาการคล้ายกับเด็กออทิสติก นั่นทำให้เด็กเหล่านี้มีปัญหาในด้านพัฒนาการทางสมอง ร่างกายและภาษาได้ช้ากว่าปกติ มีความรู้สึกไวต่อเสียงมาก เวลากินข้าวก็มักจะมีปัญหาเพราะไม่ยอมกินง่ายๆ และยังมีอีกหลายเรื่องที่เราควรรู้ดังนี้ 1.คนที่เป็นโรคนางฟ้าจะมีความยากลำบากในการจดจำการเรียนรู้ยากกว่าคนอื่น 2.เด็กจะมีพัฒนาการที่ช้าอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่การหัดเดิน ฝึกเข้าห้องน้ำหรือหัดพูด 3.เด็กจะมีอาการไวต่อเสียงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคลื่นความถี่สูงหรือเสียงสัญญาณรบกวน อาจทำเด็กรู้สึกปวดหัวหรือแย่กว่า อาการนี้จะค่อยๆดีขึ้นตามอายุของพวกเขา 4.ส่วนใหญ่จะมีความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุสูงขึ้นอาจทำเป็นโรคข้อแข็ง ทำให้เคลื่อนไหวได้ติดขัด ดังนั้นการพาไปทำกายภาพบำบัดจะช่วยรักษาสภาพกล้ามเนื้อให้อยู่ในสภาพดีอยู่ตลอดเวลา 5.อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ตรงกันข้ามกับเด็กออทิสติก เพราะเด็กเหล่านี้เป็นมิตรกับสมาชิกในครอบครัวและคนอื่นเป็นพิเศษ ไม่กลัวคนแปลกหน้าและมักใช้ท่าทางที่สุภาพในการเข้าหา 6.โครงสร้างไตของพวกเขาผิดปกติจากคนทั่วไป และมักจะเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับไตมากเป็นพิเศษ 7.มีภาวะแคลเซียมในเลือดสูงRead more about พฤติกรรมของเด็กพิเศษที่คุณควรรู้ […]

4 โรคในเด็ก ที่ถูกพบบ่อยและอันตราย

4 โรคในเด็ก ที่ถูกพบบ่อยและอันตราย

เด็กกับโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่คู่กันมาตลอด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเด็กยังขาดภูมิคุ้มกันทำให้เป็นโรคได้ง่าย รวมถึงเวลาไปเล่น ไปเจอโรคภายนอก เด็กยังขาดสุขนิสัยที่ดีทำให้โรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ยิ่งสมัยนี้ด้วยแล้วโรคใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะ หรือบางโรคที่เคยเป็นก็รุนแรงกว่าเดิม อย่างเช่น 4 โรคร้ายนี้ต้องบอกว่าพ่อแม่ต้องคอยหมั่นสังเกตกันหน่อย โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด เป็นเพียงอาการธรรมดารูปแบบหนึ่งที่พบได้ง่ายในเด็กและผู้ใหญ่ แต่หากเป็นไข้หวัดใหญ่ทุกอย่างมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ความน่ากลัวของไข้หวัดใหญ่ก็คือความธรรมดานี่แหละกว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสายเกินไป วิธีสังเกตอาการไข้หวัดใหญ่ก็คือ หากอาการหวัดเป็นนานเกิน 4 วันอันตรายแล้ว นอกจากนั้นหากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงตาแดงร่วมด้วยบอกเลยว่าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด โรคมือเท้าปาก อีกหนึ่งโรคยอดฮิตของเด็กที่พ่อแม่ไม่อยากเจอก็คือ โรคมือเท้าปาก โรคนี้จะพบได้มากขึ้นสำหรับเด็กเข้าโรงเรียน เด็กเจอคนมากขึ้นโอกาสเจอเชื้อโรคก็มากขึ้นไปด้วย อาการสำคัญของโรคนี้ก็คือ มีอาการแผลในปาก มีอาการเจ็บคันตามตัว ผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นผื่นแดง ตุ่มใส (ไม่ใช่ตุ่มยุงกัด) สังเกตให้ดีจะมีตุ่มดังกล่าวบริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า หรือ ก้น อย่าประมาทคิดว่าเป็นยุงกัดเด็ดขาด อาการจะเป็นประมาณไม่เกิน หนึ่งสัปดาห์ โรคไข้เลือดออก โรคต่อไปแม้ว่าจะอยู่คู่กับเรามานาน แต่หากใครเป็นก็อันตรายอยู่เหมือนเดิม นั่นคือโรคไข้เลือดออก โรคนี้ร้ายแรงมากเด็กหลายคนต้องเสียชีวิตเพราะโรคนี้ อาการของโรคนี้ช่วงแรกจะมีไข้สูงมาก สูงจนทำให้เกิดอาการอื่นตามด้วยอย่าง หวัด ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว จากนั้นเข้าสู่ระยะที่สองผู้ป่วยจะเพลีย หมดแรง เนื่องจากกินอะไรไม่ค่อยได้แล้วเหมือนป่วยตลอดเวลาจนร่างกายล้าRead more about 4 โรคในเด็ก ที่ถูกพบบ่อยและอันตราย[…]

วิธีทำการรักษาให้ยาสำหรับผู้ที่เป็นออทิสติก

วิธีทำการรักษาให้ยาสำหรับผู้ที่เป็นออทิสติก

ผู้ป่วยกลุ่มอาการออทิสติกแต่ละราย มีความรุนแรงของโรคและมีลักษณะความผิดปกติแตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้การดูแลรักษาที่เหมาะสมจึงมีความแตกต่างออกไปด้วย เพื่อความเหมาะสมของผู้ป่วยในแต่ล่ะราย ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดทางจิตวิทยา,การศึกษาอย่างเจาะลึก,การฝึกอบรมผู้ปกครอง รวมทั้งการใช้ยาในกรณีมีความผิดปกติอื่นๆ เข้ามาแทรกในการรักษา ไม่มีการรักษาใด สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาด แต่ถึงกระนั้นก็มีโปรแกรมการศึกษารวมทั้งขั้นตอนบำบัดพฤติกรรมหลายหลายรูปแบบ ซึ่งจะเข้าไปมีส่วนช่วยในการพัฒนาเด็กที่มีอาการออทิสติกให้ดีขึ้นจนสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ อย่างเป็นปกติสุข การบำบัดทางจิตวิทยา ถ้าพฤติกรรมของบุตร-หลานของคุณมีความรุนแรง จนก่อให้เกิดปัญหา พวกเขาจะได้รับการประเมินเพื่อหาถึงสาเหตุ ซึ่งอาจเป็นไปได้ เช่น ภาวะสุขภาพกาย,ปัญหาสุขภาพจิต ตลอดจนปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอันอาจเกี่ยวข้อง สำหรับเด็กที่เป็นออทิสติกมีปัญหาสุขภาพจิต เช่น มีความวิตกกังวลค่อนข้างสูง อาจต้องมีการบำบัดทางจิตวิทยาร่วมด้วย การบำบัดทางจิต เช่น การบําบัดทางความคิดและพฤติกรรม ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการพูดคุยกับนักบำบัด เกี่ยวกับความคิดและความรู้สึก ซึ่งนักบำบัดจะดูว่าสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อพฤติกรรมที่แสดงออกมา รวมทั้งมีความเป็นอยู่อย่างไร อาการเหล่านี้จึงเลวร้ายลง การใช้ยา สำหรับในบางกรณี อาจต้องใช้ยาเพื่อรักษาอาการบางอย่าง ตัวอย่างเช่น… ปัญหาการนอนไม่หลับ – หลับยาก อาจได้รับการรักษาด้วยยา เช่น Melatonin เพื่อทำให้หลับง่ายขึ้น และนอนหลับลึก เป็นการนอนที่มีคุณภาพมากขึ้น ภาวะซึมเศร้า อาจได้รับการรักษาด้วยยากลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitor (SSRI) โรคชัก ได้รับการรักษาด้วยยากันชัก โรคสมาธิสั้นRead more about วิธีทำการรักษาให้ยาสำหรับผู้ที่เป็นออทิสติก[…]

วิธีฝึกทักษะให้ดีในหมู่สังคมออทิสติก

วิธีฝึกทักษะให้ดีในหมู่สังคมออทิสติก

ความบกพร่องทางด้านทักษะการใช้ชีวิตในสังคม เป็นปัญหาหลักที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง สำหรับเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคออทิซึมสเปคตรัม หรือ เด็กออทิสติก ถึงแม้ว่าเด็กกลุ่มนี้จะได้รับการส่งเสริมพัฒนาทักษะตั้งแต่เล็ก จนมีพัฒนาทางภาษาที่ดีขึ้นแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่เด็กออทิสติกเข้าสู่ช่วงเข้าโรงเรียน พวกเขาก็มักจะต้องกลับเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาอีกครั้งด้วยปัญหาความบกพร่องทางด้านทักษะสังคม เช่น เล่นกับเพื่อนไม่ได้,ไม่อาจสร้างปฏิสัมพันธ์กับคุณครูและเพื่อนได้,มีการสื่อสารทางสังคมอย่างไม่เหมาะสม เป็นต้น โดยความบกพร่องทางด้านนี้ จะส่งผลต่อทั้งการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้มาก ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขก็จะนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจรวมทั้งพัฒนาการด้านอื่นๆ ตามมา เพราะฉะนั้น พ่อ – แม่ ผู้ปกครอง จึงจำเป็นต้องทุ่มเทและใส่ใจฝึกฝนทักษะด้านนี้เป็นพิเศษ ส่วนใหญ่แล้วมักเน้นในเรื่อง การสบตากับผู้อื่นเวลาพูดคุย,ส่งยิ้ม,เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ,ฟังอย่างตั้งใจ,สนทนาอย่างต่อเนื่อง,มีความใส่ใจและเข้าใจในผู้อื่น รวมทั้งมีการตอบสนองทางอารมณ์อย่างเหมาะสม โดยสามารถฝึกฝนได้ด้วยวิธีจำลองเหตุการณ์ เพื่อให้เด็กปฏิบัติจนเกิดความคุ้นเคย หรือสอนโดยให้เขาจดจำประโยคสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้โดยตรงกับชีวิตจริง การสอนเรื่องราวทางสังคมให้แก่เด็กออทิสติก ผู้ปกครองจะต้องมีการกำหนดเรื่องราว หรือสถานการณ์ต่างๆ ในสังคม นำมาสอนเด็ก โดยเน้นในเรื่องลักษณะทางสังคมที่สำคัญ,ปฏิกิริยาโต้ตอบซึ่งวิเคราะห์ว่าจะเกิดขึ้นแตกต่างจากเด็กทั่วไป ถ้าเป็นเด็กออทิสติกเขาจะโต้ตอบอย่างไร รวมถึงแสดงเหตุผลที่เขามีปฏิกิริยาโต้ตอบเช่นนั้น เพื่อช่วยให้เด็กออทิสติกมีความรู้และความเข้าใจในถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม,เข้าใจอารมณ์,เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น รวมทั้งมีวิธีปฏิบัติตนอันเหมาะสมต่อสถานการณ์นั้นๆ จนกระทั่งสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ โดยค่อยๆ ลดพฤติกรรมเป็นปัญหาลง โดยเรื่องราวทางสังคมที่นำมาสอนเขา ควรเป็นเหตุการณ์ซึ่งพบได้จริงทั่วไปในชีวิตประจำวัน ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 อีกทั้งถ้ามีภาพประกอบให้ดูก็ยิ่งจะทำให้เขาเข้าใจง่ายขึ้น เช่น เด็กนักเรียนจะต้องตั้งใจทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปเล่น การส่งยิ้มให้เพื่อนเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพ หนูต้องเดินอย่างเรียบร้อยในแถว ไม่แซงหน้าเพื่อน ถ้าหนูส่งเสียงดังในห้องเรียนRead more about วิธีฝึกทักษะให้ดีในหมู่สังคมออทิสติก[…]

โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะกับคนบางพื้นที่ อินเดียซินโดรม สตอกโฮล์มซินโดรม ลอนดอนซินโดรม และ Uppgivenhetssyndrom

โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะกับคนบางพื้นที่ อินเดียซินโดรม สตอกโฮล์มซินโดรม ลอนดอนซินโดรม และ Uppgivenhetssyndrom

บางทีโลกของเรามันมักมีอะไรแปลกๆ ให้ได้ประหลาดใจกันเสมอ ปกติโรคหรืออาการป่วยต่างๆ มันไม่ได้เลือกสถานที่ เวลาใดๆ ทั้งสิ้น มันสามารถเกิดขึ้นได้จากทั่วทุกมุมโลก แต่ก็อย่างที่กล่าวไปว่าความประหลาดของโลกใบนี้มันมีอยู่จริงโดยเฉพาะความประหลาดอันเกิดขึ้นกับมนุษย์อย่าเราๆ จนมีโรคแปลกๆ ที่เกิดขึ้นแค่บางพื้นที่ คนบางกลุ่ม จนกลายเป็นเรื่องทำนองไม่ค่อยอยากมีคนเชื่อมากนักทว่ามันมีจริงขึ้นมาเล่นเอาสับสนไปตามๆ กัน โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะกับคนบางพื้นที่ อินเดียซินโดรม – เริ่มต้นกันด้วยโรคแรกกับอินเดียซินโดรม เราทุกคนรู้กันดีว่าแต่ละปีจะมีผู้คนมหาศาลเดินทางเพื่อไปแสวงบุญ แต่ความน่าแปลกคือมีบางคนเมื่อไปแล้วก็ไม่ได้เดินทางกลับมาบ้านอีกเลย ด้วยอินเดียมีลัทธิต่างๆ มากมาย บางลัทธิมีการดึงดูดจนผู้แสวงบุญบางคนรู้สึกว่าตนเองติดจนยากจะถอนตัว การฝึกตามความเชื่อของลัทธิจะทำให้ผู้แสวงบุญไม่เป็นตัวของตัวเอง มอบชีวิตของตนเองให้กับสิ่งที่นับถือ มักเกิดกับคนตะวันตกที่เดินทางไปเนื่องจากพวกเขารู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาจากวัฒนธรรมแปลกใหม่ และอาการจะหายไปเมื่อได้กลับบ้านหรือสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ แต่ถ้าใครแก้ไม่ได้ก็กลายเป็นโรคถาวรและหลอนตายไป สตอกโฮล์มซินโดรม – เกิดจากการถูกทำร้างร่างกายแต่เลือกไม่เอาผิดคนร้าย กลับกันยังเห็นอกเห็นใจ ยอมโดนทำร้าย บางคนรู้สึกเสน่หากับคนร้าย ต้นกำเนิดมาจากเมื่อปี 1973 คน 4 คนโดนนาย Jan-Erik Olsson วัย 32 ปีจับเป็นตัวประกันขณะปล้นธนาคาร หลังปล้นเขากลับคิดบวกกับคนร้าย ไม่ขึ้นศาลแถมหาเงินช่วยเหลืออีกต่างหาก ลอนดอนซินโดรม – ตรงข้ามกับสตอกโฮล์มซินโดรมอย่างสิ้นเชิง ตัวประกันจะตอบสนองในทางลบ ขัดขืน ไม่ร่วมมือ โต้เถียง เรื่องราวเกิดขึ้นระหว่างปี 1980Read more about โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะกับคนบางพื้นที่ อินเดียซินโดรม สตอกโฮล์มซินโดรม ลอนดอนซินโดรม และ Uppgivenhetssyndrom[…]

โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะกับคนบางพื้นที่ (ปารีสซินโดรม ฟลอเรนซ์ซินโดรม เยรูซาเล็มซินโดรม ลิมาซินโดรม และ The Jumping Frenchmen of Maine)

โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะกับคนบางพื้นที่ (ปารีสซินโดรม ฟลอเรนซ์ซินโดรม เยรูซาเล็มซินโดรม ลิมาซินโดรม และ The Jumping Frenchmen of Maine)

เรื่องเกี่ยวกับโรคแปลกๆ บนโลกใบนี้ยังมีสิ่งให้ต้องพูดถึงกันอยู่ไม่น้อย มันเป็นความประหลาดที่คงไม่มีใครคาดคิดว่ามีอยู่จริง มันอาจมีหรือไม่มีก็ได้แต่เมื่อมีคนเข้ามาสัมผัสกลับรู้สึกว่าคนๆ นั้นมีอาการป่วยเกิดขึ้น เป็นอาการป่วยเฉพาะสถานที่ที่หาสาเหตุอะไรมากไม่ได้ ความน่าสนใจของโรคแปลกๆ ยังมีอีก 5 โรคมาแนะนำกัน รับรองว่าแปลกของจริง โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะคนบางพื้นที่ ปารีสซินโดรม – โรคนี้เกิดขึ้นกับคนญี่ปุ่นที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังกรุงปารีส เมืองแห่งสีสัน แฟชั่นละลานตา แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากดินแดนซามูไรมาเยือนยังประเทศฝรั่งเศสกว่า 6 ล้านคน ปัจจัยหนึ่งคือการเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพงดงาม แฟชั่นต่างๆ ดึงดูดใจให้หลงใหลในการมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง แต่บางคนจะตกอยู่ในสภาวะหลอนเฉียบพลัน เห็นภาพหลอน วิตกกังวล มึนหัว เหงื่อออกตลอด วิธีรักษาคือออกมาจากปารีส ฟลอเรนซ์ซินโดรม – หากเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะแล้วมีอาการอ่อนเพลีย เหงื่อออก มึนงง นี่คืออาการของโรคฟลอเรนซ์ซินโดรม สาเหตุไมได้มาจากงานศิลปะแต่มักมาจากความเครียดเรื่องการเดินทาง เครื่องดีเลย์ เกิดได้กับคนรักศิลปะทุกคน ส่วนตั้งชื่อตามเมืองฟลอเรนซ์มาจากเมืองนี้มีศิลปะยุคฟื้นฟูมากสุด เยรูซาเล็มซินโดรม – คนที่ได้มีโอกาสไปเยือนกรุงเยรูซาเล็มจำนวนมากจะเกิดอาการจิตหลง สับสนกับตัวเลขแห่งพระคัมภีร์หรือลางสังหรณ์จากพยากรณ์ครั้งสุดท้าย คล้ายกับอาการปารีสซินโดรมแต่อาการโรคนี้จะเกี่ยวข้องกับศาสนา รู้สึกวิตกกังวล อยากอยู่คนเดียว ชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ สวมเสื้อผ้าสะอาด เดินเข้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ประกาศพระวจนะของพระเจ้า ลิมาซินโดรม – อาการนี้จะต่างกับสตอกโฮล์มซินโดรมอย่างสิ้นเชิง คนร้ายจะเห็นใจเหยื่อRead more about โรคแปลกๆ เกิดเฉพาะกับคนบางพื้นที่ (ปารีสซินโดรม ฟลอเรนซ์ซินโดรม เยรูซาเล็มซินโดรม ลิมาซินโดรม และ The Jumping Frenchmen of Maine)[…]

โรคทางพันธุกรรม จากพ่อแม่สู่ลูกมีอะไรบ้าง อาการเป็นอย่างไร ควรดูแลอย่างไร

โรคทางพันธุกรรม จากพ่อแม่สู่ลูกมีอะไรบ้าง อาการเป็นอย่างไร ควรดูแลอย่างไร

โรคทางพันธุกรรมคือโรคที่มีสาเหตุหลักจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากแม่หรือพ่อไปสู่ลูก หากพันธุกรรมของพ่อแม่มีความผิดปกติอยู่ก็อาจส่งผลให้เกิดขึ้นกับลูกได้นั่นเอง เป็นสิ่งสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งก็มีหลายโรคเหมือนกัน ลองมาทำความรู้จักโรคต่างๆ ไปพร้อมกันได้เลย โรคทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก อาการ และการดูแล ธาลัสซีเมีย – เป็นความผิดปกติของสารสีแดงในเม็ดเลือด อาการจะเกิดขึ้นมีลักษณะโลหิตจาง ถือเป็นโรคเลือดชนิดหนึ่งซึ่งมีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ แตกสลายเร็วกว่าเดิม มีความซีดเหลืองเรื้อรัง ต้องรับมาทั้งสองฝ่าย การดูแลให้พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ รับวัคซีนให้ครบ ซิสติกไฟโบรซิส – จัดเป็นโรครุนแรงเกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนที่สร้างเอนไซม์ในการย่อยอาหาร สร้างบางส่วนของต่อมน้ำลาย ทางเดินอาหารและเหงื่อ เกิดโรคแทรกซ้อนได้โดย ร่างกายมีสภาพขาดสารอาหาร อวัยวะระบบหายใจอักเสบ ไม่มีแรง วิธีดูแล พยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนป่วยให้ดีขึ้น คนเผือก – เกิดจากยีนด้อยในพันธุกรรมสร้างเอนไซม์สำคัญตัวหนึ่งไมได้ส่งผลให้ร่างกายแสดงออกมาเป็นลักษณะเผือก ผิวขาว ผมขาว ตาขาว ม่านตาสีเทาโปร่งแสง รูม่านตาสะท้อนเป็นสีแดง ติดเชื้อง่ายกว่าคนปกติ วิธีดูแลให้ห่างไกลจากแสงแดดเพราะจะทำให้ตกกระและเกิดโรคแทรกซ้อน ดักแด้ – เป็นกลุ่มโรคผิวหนังอาจพบไม่บ่อย อาการผิวหนังแห้ง บอบบางรุนแรง แผลพุพอง แบ่งความรุนแรงได้หลายระดับมักถ่ายทอดทางพันธุกรรมยีนเด่นและยีนด้อย พบบ่อยในยีนเด่น ต้องได้รับการดูแลมากกว่าปกติ ปกป้องผิวหนังเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดบาดแผล ท้าวแสนปม – เกิดความผิดปกติทางกระดูกRead more about โรคทางพันธุกรรม จากพ่อแม่สู่ลูกมีอะไรบ้าง อาการเป็นอย่างไร ควรดูแลอย่างไร[…]

ทำความรู้จัก “โคลฟส์ ซินโดรม” คืออาการป่วยแบบใด รักษาได้หรือไม่

ทำความรู้จัก “โคลฟส์ ซินโดรม” คืออาการป่วยแบบใด รักษาได้หรือไม่

บางทีโลกของเราก็มีเรื่องอะไรที่คาดไม่ถึงเยอะเหมือนกัน อย่างเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น หากเป็นโรคทั่วไปที่คนรู้จักก็พอเข้าใจ ทำใจได้แต่กรณีเป็นโรคที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักแถมเกิดขึ้นได้น้อยมากกับคนแล้วดันเกิดใกล้ตัวของเรามันคงเป็นอะไรที่น่าฉงนพอดูไม่น้อย เหมือนกับโรคที่เชื่อว่าอาจไม่ค่อยมีใครเคยได้ยินชื่อนักอย่าง โคลฟส์ ซินโดรม อีกโรคที่เกิดขึ้นได้น้อยกับคนแต่มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ อะไรคือ โคลฟส์ ซินโดรม CLOVES syndrome เป็นลักษณะความผิดปกติแต่กำเนิดที่พบได้ยากมากๆ เป็นความผิดปกติร่วมกันของหลอดเลือด, ผิวหนัง, กระดูก, ไขสันหลัง มีชื่อพร้อมคำแปลอย่างเป็นทางการตามชื่อโรคคือ Congenital = โรคทางพันธุกรรม, Lipomatous = ก้อนไขมัน เนื้องอก, Overgrowth = เจริญเติบโตผิดที่, Vascular Malformations = ความผิดปกติเกี่ยวกับหลอดเลือด, Epidermal Nevis = ความผิดปกติของผิวหนัง และ Spinal/Skeletal Anomalies/Scoliosis syndrome = ความผิดปกติตรงไขหรือเนื้อสันหลัง อาการของโรค โคลฟส์ ซินโดรม นอกจากเป็นโรคหายากไม่ค่อยพบเจอ พวกสัญญาณ อาการ ความรุนแรงต่างๆ ก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย โรคนี้อาจส่งระทบตรงเนื้อเยื่ออ่อน กระดูก หออดเลือด อวัยวะภายในต่างๆRead more about ทำความรู้จัก “โคลฟส์ ซินโดรม” คืออาการป่วยแบบใด รักษาได้หรือไม่[…]

VR บำบัดโรคนางฟ้าช่วยทำให้เด็กมีความคิดที่แปลกใหม่ลดอาการคลายเคลียด

VR บำบัดโรคนางฟ้าช่วยทำให้เด็กมีความคิดที่แปลกใหม่ลดอาการคลายเคลียด

ทุกวันนี้เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนเราไปเรียบร้อยแล้ว เราใช้ชีวิตทุกวันอยู่บนโลกอันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย เอาแค่สิ่งรอบตัวเราอย่างสมาร์ทโฟน, ทีวี, รถยนต์ ที่เราเห็นๆ กันทุกวันนี้ก็ล้วนเกิดมาจากเทคโนโลยีทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ล้ำหน้ากว่าจนทำให้มนุษย์เรารู้สึกก้าวล้ำไปอีกขั้นคือสิ่งทีเรียกว่า เทคโนโลยี VR เพราะนอกจากจะนำมาซึ่งความน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแล้วมีแนวคิดว่า VR ยังช่วยบำบัดโรงนางฟ้าได้อีกด้วย ประสิทธิภาพการใช้งาน VR กับโรคนางฟ้า ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า VR กันก่อน หรือ Virtual Reality เป็นโลกเสมือนจริง ค่อยๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมากขึ้น จุดเด่นหลักของตัวเทคโนโลยีนี้คือการทำให้คนเราสามารถสัมผัส พบเห็น ได้ยิน รู้สึกไปกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นนิยามหนึ่งของการจำลองมิติเสมือนจริงจนเกิดจินตนาการความรู้สึกไปพร้อมๆ กันเมื่อได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ โดยเจ้า VR ได้มีการคิดพร้อมพัฒนาขึ้นไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อหวังจะใช้ประโยชน์ให้เกิดขึ้นสูงสุด ขนาดว่ามีการนำมาใช้กับผู้ป่วยโรคนางฟ้าที่แม้ยังไม่ได้มีการรับรองอย่างเป็นทางการแต่กรณีศึกษาที่กำลังจะบอกกล่าวต่อไปนี้นับว่านำเอา VR มาใช้งานได้อย่างน่าสนใจ Craig Chaytor คุณพ่อผู้มีลูกสาวนามว่า Imogen ลูกสาวของเขาป่วยเป็นโรคนางฟ้าหรือ Williams Syndrome ที่เป็นโรคหายาก โอกาสเกิดขึ้นน้อยมากแต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ปัญหาหลักของโรคหลายคนคงพอรู้ดีว่ากระทบต่อพัฒนาการด้านสมอง การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทว่าคุณพ่อคนเก่งเลือกใช้ VR เพื่อมาสร้างประโยชน์ให้กับลูกสาวพร้อมช่วยเยียวยาให้ดีขึ้นแบบเป็นลำดับ วิธารของ Craig ChaytorRead more about VR บำบัดโรคนางฟ้าช่วยทำให้เด็กมีความคิดที่แปลกใหม่ลดอาการคลายเคลียด[…]