This Theme Supports a Custom FrontPage

แนวทางการป้องกันดาวน์ซินโดรมมีจริงเปล่า

แนวทางการป้องกันดาวน์ซินโดรมมีจริงเปล่า

เวลาที่เราทุกคนมีลูกก็อยากที่จะให้ลูกนั้นเติบโตขึ้นมาด้วยการมีสุขภาพที่แข็งแรง ร่างกายสมส่วนครบถ้วนทั้ง 32 ประการ คงไม่มีใครอยากให้ลูกที่เกิดมานั้นมีอาการป่วยติดตัวมาหรือเป็นเด็กทุพลภาพตั้งแต่เกิดอย่างแน่นอน ยิ่งหากเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้วด้วยยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่เครียดหนักเข้าไปใหญ่ โรคดาวน์ซินโดรมเป็นโรคหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคนที่สำคัญยังเป็นโรคที่หาทางรักษาไม่ได้ในปัจจุบัน นั่นหมายความว่าหากพ่อแม่คนไหนมีลูกที่เกิดมาแล้วเป็นโรคดาวน์ซินโดรมก็หมายความว่าจะต้องเลี้ยงดูไปตลอดชีวิต จึงทำให้เกิดข้อสงสัยจากหลายคนว่าจริงๆ แล้วโรคดาวน์ซินโดรมเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ล่วงหน้าก่อนหรือไม่เพื่อที่ว่าพ่อแม่บางคนจะได้รู้จักการป้องกันโรคนี้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ลูกของตนเองเกิดอาการป่วยดังกล่าว เราสามารถป้องกันการเกิดโรคดาวน์ซินโดรมกับเด็กได้หรือไม่ หากว่ากันตามหลักทางการแพทย์โรคดาวน์ซินโดรมที่เกิดขึ้นกับเด็กนั้นนอกจากจะยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดแล้วยังไม่สามารถป้องกันได้อย่างถาวรด้วยเนื่องจากเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเด็กคนไหนที่เกิดมาจะมีอาการของโรคดาวน์ซินโดรมหรือไม่ เพราะหากตอนที่อยู่ในท้องแล้วตรวจพบว่าเด็กคนดังกล่าวมีอาการของโรคดาวน์ซินโดรมนั่นก็เท่ากับว่าเมื่อตอนเขาเกิดขึ้นมาก็จะเป็นเด็กที่มีอาการป่วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่สามารถค้นหาวิธีการป้องกันได้อย่างแน่ชัดแต่มันก็มีวิธีการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเพื่อไม่ให้เด็กที่เกิดมาเสี่ยงต่อการเป็นโรคดาวน์ซินโดรมได้ วิธีการหลีกเลี่ยงที่ว่านี้คือจะต้องไม่มีลูกตอนที่อายุเยอะแล้ว เนื่องจากว่าหญิงที่มีอายุเยอะเมื่อตั้งครรภ์ลูกในครรภ์มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคดาวน์ซินโดรมได้ ปกติช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตั้งครรภ์ของหญิงสาวก็คืออายุระหว่าง 24-30 ปี นอกจากนี้คนที่เป็นภาวะมีบุตรยากแล้วเกิดตั้งครรภ์ตอนอายุเยอะก็มีโอกาสที่เด็กเกิดมาแล้วจะป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรมได้เช่นเดียวกัน อย่างที่กล่าวไปว่าจริงๆ แล้วการที่เด็กป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรมยังไม่สามารถหาวิธีการป้องกันได้อย่างแน่ชัดรู้แต่เพียงว่าควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์หากอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ตั้งครรภ์อายุยังน้อยจะไม่มีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นการตรวจครรภ์จึงเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเด็กที่เกิดมาจะเป็นโรคดาวน์ซินโดรมหรือไม่

กลุ่มอาการดาวน์ หรือ ดาวน์ซินโดรม คืออะไร

กลุ่มอาการดาวน์ หรือ ดาวน์ซินโดรม คืออะไร

โรคดาวน์ซินโดรมหรือกลุ่มอาการดาวน์น่าจะเป็นโรคที่คนทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยเกิดขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ปัจจุบันนี้แม้ยังไมสามารถมีวิธีการรักษาอาการดังกล่าวให้หายขาดได้แต่จริงๆ แล้วผู้ที่มีอาการเหล่านี้ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้เพียงแต่ว่าต้องได้รับการใส่ใจดูแลจากคนรอบข้างอย่างใกล้ชิดรวมถึงคนอื่นๆ ที่พบเจอก็ต้องเข้าใจในอาการที่พวกเขาเป็นด้วยเช่นเดียวกัน ทำความรู้จักกับกลุ่มอาการดาวน์หรือดาวน์ซินโดรม กลุ่มอาการดาวน์หรือดาวน์ซินโดรมเป็นโรคทางพันธุกรรมซึ่งเกิดจากการมีโครโมโซม 21 เกินมาแบบทั้งอันหรือแค่บางส่วน ผู้ป่วยที่มีอาการลักษณะนี้จะพัฒนาการช้า ใบหน้าเป็นลักษณะเฉพาะ เกิดความพิการในด้านสติปัญญาระดับเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง ระดับสติปัญญาโดยเฉลี่ยของผู้ที่มีอาการดาวน์ซินโดรมในผู้ใหญ่อายุประมาณ 50 ปี จะมีความคิดเท่ากับเด็กที่อายุประมาณ 8-9 ปี อย่างไรก็ตามระดับสติปัญญาของผู้ป่วยแต่ละคนสามารถแตกต่างกันได้ สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้กลายเป็นกลุ่มอาการดาวน์หรือดาวน์ซินโดรมก็มาจากการมีโครโมโซมงอกเกินออกมา 1 แท่ง นั่นคือโครโมโซมคู่ที่ 21 ปกติแล้วจะมี 2 แท่งแต่คนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีทั้งหมด 3 แท่ง ทางการแพทย์จะเรียกลักษณะดังกล่าวว่า แฝดสามของโครโมโซม 21 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการทำให้เกิดโรคนี้เฉลี่ยถึง 95% นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ รองลงมาอีกนิดหน่อยไม่ว่าจะเป็นการสับเปลี่ยนของโครโมโซม นั่นก็คือโครโมโซมเกิดการย้ายที่ เช่น โครโมโซมคู่ที่ 14 มายึดติดกับคู่ 21 เป็นต้น สาเหตุนี้พบได้ 4% ส่วนอีกสาเหตุที่สามารถทำให้เกิดกลุ่มอากาเหล่านี้ได้แต่น้อยมากแค่ 1% นั่นคือ มีโครโมโซมทั้ง 46 และ 47 แท่ง ในคนๆRead more about กลุ่มอาการดาวน์ หรือ ดาวน์ซินโดรม คืออะไร[…]

การบำบัด Williams syndrome โดยการปรับเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรม

การบำบัด Williams syndrome โดยการปรับเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรม

โรค Williams syndrome หรือโรคนางฟ้า ถือว่าเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมอย่างหนึ่งหากให้พูดกันแบบตรงไปตรงมาก็คือ โรคที่ว่านี้ไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้ สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือเพียงแค่คอยประคองอาการพร้อมกับการดูแลอย่างใกล้ชิดกับเด็กที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าว ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกป่วยเป็นโรคนี้ก็คือมักจะต้องเผชิญกับเรื่องของพฤติกรรม ความคิด หรือพัฒนาการของเด็กที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป ทำให้จำเป็นต้องมีวิธีการปรับเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้ วิธีการปรับเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมของเด็ก Williams syndrome ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ลำดับแรกที่จะต้องกล่าวถึงกันก่อนก็คือเด็กที่ป่วยเป็นโรค Williams syndrome จำเป็นจะต้องได้รับการใส่ใจดูแลจากพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นหลัก เนื่องจากว่านอกจากความผิดปกติทางด้านร่างกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้ว โรคนี้ยังเกิดเป็นความผิดปกติอันเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ด้วย หมายความว่าลักษณะทางความคิดหรือพฤติกรรมของเด็กที่ป่วยเป็นโรค Williams syndrome ได้แสดงออกมาจะแตกต่างกับเด็กทั่วไปค่อนข้างชัดเจน ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ จะมีความร่าเริงผิดกับเด็กธรรมดาทั่วไป สามารถเข้าหาคนแปลกหน้าได้ง่าย สิ่งสำคัญที่สุดก็คือจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดกับพฤติกรรมของเด็กให้ได้โดยมีวิธีการง่ายๆ ดังนี้ พยายามให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่เด็กทั่วๆ ไปเขาทำกัน – เรียกได้ว่าเด็กทั่วไปทำอะไรก็ให้เด็กที่เป็นโรค Williams syndrome ได้ทำเหมือนกันทุกๆ อย่าง ทั้งการพูด อ่าน เขียน การเรียนรู้ เพื่อให้เขารู้สึกว่าจริงๆ แล้วการที่เขาเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ เลย มันทำให้เด็กเองได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมของคนในวัยเดียวกัน รวมถึงยังได้เรียนรู้ในทัศนคติความคิดของเด็กวัยเดียวกันว่าพวกเขาคิดกันอย่างไร จากนั้นก็ให้พ่อแม่ผู้ปกครองคอยสอนเพิ่มเติมเพื่อให้เด็กได้คิดตามไปด้วย ให้เด็กมีความคิดที่รักในเสียงดนตรี – ความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของเด็กที่ป่วยเป็น Williams syndromeRead more about การบำบัด Williams syndrome โดยการปรับเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรม[…]

Williams syndrome ควรทำอย่างไรให้เด็กเข้าสังคมได้โดยที่เขาไม่คิดว่าอยู่ตัวคนเดียว

Williams syndrome ควรทำอย่างไรให้เด็กเข้าสังคมได้โดยที่เขาไม่คิดว่าอยู่ตัวคนเดียว

ความผิดปกติของโรค Williams syndrome หรือ โรคนางฟ้า นอกจากเรื่องของสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนกับเด็กทั่วไปไม่ว่าจะเป็นอาการใบหน้าผิดปกติ นิ้วก้อยโก่งงอ ตัวเตี้ย หน้าอกจม สายตายาว แล้ว ยังมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของระบบประสาท ระบบความคิดด้วย นั่นคือเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีความบกพร่องในเรื่องของการเรียนรู้ เป็นเด็กสมาธิสั้น เมื่อเป็นเช่นนี้การเข้าสังคมของเด็กที่ป่วยกับเด็กทั่วไปจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่าปกติ พ่อแม่ที่มีลูกป่วยเป็นโรคนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจให้ความดูแลมากเป็นพิเศษ วิธีในการทำให้เด็กป่วยเป็นโรค Williams syndrome สามารถเข้าสังคมได้ ต้องให้เด็กรู้จักการอยู่กับเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน – สิ่งแรกที่จะสามารถทำให้เด็กที่ป่วยเป็น Williams syndrome สามารถเข้าสังคมได้อย่างปกติสุขก็คือจำเป็นต้องให้เขาได้รู้จักกับการอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันหรือวัยใกล้เคียงกันเสียก่อน ง่ายที่สุดก็คือการที่พ่อแม่พาเด็กไปอยู่กับกลุ่มเด็กทั่วไป เช่น ในสวนสาธารณะ, ให้เรียนในโรงเรียนปกติ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาก็ไมได้แตกต่างกับเด็กทั่วไปสักเท่าไหร่นัก ให้เรียนรู้การใช้ชีวิตของคนทั่วไป – การพาเขาออกไปยังสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด เช่น ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไปสวนสนุก สถานที่ใดก็ได้ที่มีคนพลุกพล่านเยอะๆ จะทำให้เขารู้สึกว่าจริงๆ แล้วคนทั่วไปมีวิธีการใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อเขารู้สึกได้ก็จะเกิดการจดจำ เรียนรู้ และเข้าใจในสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เลือกให้เขาทำกิจกรรมที่ต้องพบปะกับผู้คน – เด็กที่ป่วยเป็น Williams syndrome มักมีความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี เมื่อเป็นเช่นนี้พ่อแม่เองอาจส่งเสริมให้เขาได้เล่นดนตรีอย่างที่ใจต้องการRead more about Williams syndrome ควรทำอย่างไรให้เด็กเข้าสังคมได้โดยที่เขาไม่คิดว่าอยู่ตัวคนเดียว[…]

Williams syndrome โรคนางฟ้า วิธีสังเกตอาการและผลกระทบของโรคนี้

Williams syndrome โรคนางฟ้า วิธีสังเกตอาการและผลกระทบของโรคนี้

โรคนางฟ้าจัดว่าเป็นโรคอีกประเภทหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นจากพันธุกรรมทำให้ยังไม่สามารถหาวิธีในการรักษาโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด ถือว่าเป็นโรคที่แม้เด็กส่วนน้อยจะมีโอกาสเป็นแต่ก็คงไม่ดีแน่ๆ ถ้าหากว่าลูกของใครสักคนเกิดมาแล้วมีอาการโรคนี้ติดมากับตัว ซึ่งพ่อแม่ทั้งหลายเองก็พยายามที่จะหาวิธีการต่างๆ เพื่อไม่อยากให้โรคนี้เกิดขึ้นกับโรคของตัวเอง โรคนางฟ้า หรือ Williams syndrome คือโรคอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิด แม้เป็นโรคที่พบได้น้อยมากแต่ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กหลายคน สาเหตุหลักมาจากการที่ยีนจำนวน 26 ยีน บนแขนข้างยาวของตัวโครโมโซมคู่ที่ 7 โรคดังกล่าวอาจเกิดขึ้นอาจเกิดกับเด็กทารก 1 ใน 10,000 คน Dr. J.C.P. William คือผู้ที่ค้นพบโรคนี้เป็นคนแรก ถือว่าเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคนไม่ว่าประวัติในครอบครัวจะมีใครเคยเป็นโรคนี้หรือไม่ก็ตาม วิธีสังเกตอาการรวมถึงผลกระทบของโรคนางฟ้า ต้องบอกก่อนว่าอาการรวมถึงผลกระทบของโรคนางฟ้าสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือการผิดปกติทางร่างกายกับการผิดปกติทางสุขภาพเกิดด้วยกัน สิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนสำหรับเด็กที่เป็นโรคนางฟ้าก็คือ ใบหน้าของเด็กที่เป็นโรคนางฟ้าจะมีลักษณะคล้ายหูเอลฟ์ จมูกแบน ขนาดปากจะกว้างกว่าปกติ ช่องว่างระหว่างฟันกว้าง ริมฝีปากหนาอิ่ม ตัวจะเตี้ยกว่าเด็กทั่วไป นิ้วก้อยคดงอ หน้าอกจมผิดปกติ น้ำหนักตอนแรกคลอดน้อยกว่าเด็กทั่วไป สายตายาว มีปัญหาเกี่ยวกับการทานอาหาร มีความบกพร่องในด้านของการเรียนรู้ สมาธิสั้น ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดผิดปกติ มีปัญหาทางด้านกล้ามเนื้อและกระดูก แต่ประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องกับการฟังจะรับรู้ได้เร็วกว่าปกติ หากได้ยินเสียงแหลมหรือเสียงดังเกินไปอาจจะทำให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้รู้สึกเจ็บได้ อาการอีกประเภทที่ถือว่าแสดงออกมาจากการกระทำได้อย่างชัดเจนคือจะค่อนข้างร่าเริงกว่าเด็กทั่วไป เข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่าย ชอบทำอะไรเสียงดัง มีความชื่นชอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดนตรีเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามเด็กที่ป่วยเป็นโรคนางฟ้ามักจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนตั้งแต่วัยเด็กเยอะมาก คิดเป็นRead more about Williams syndrome โรคนางฟ้า วิธีสังเกตอาการและผลกระทบของโรคนี้[…]

วิธีในการบำบัดโรค วิลเลี่ยมซินโดรม

วิธีในการบำบัดโรค วิลเลี่ยมซินโดรม

หากพูดถึงโรควิลเลี่ยม ซินโดรม หลายคนอาจจะทำหน้าสงสัยว่านี่คือโรคอะไร เป็นโรคที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่หรือเปล่า แต่ถ้าหากบอกว่านี่คือโรคนางฟ้าทุกคนก็พอจะทำความเข้าใจได้บ้าง เพราะโรคนี้จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นในเด็กซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิด โดยสาเหตุหลักของการเกิดโรคนางฟ้านี้มาจากการขาดหายไปของยีนจำนวน 26 ยีน บริเวณแขนด้านยาวของตัวโครโมโซมคู่ที่ 7 แม้ว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับทารกมีอัตราส่วนห่างไกลถึง 1 ต่อ 10,000 คน ซึ่งถือว่าโอกาสเกิดได้น้อยมากๆ แต่ทว่าก็ยังสามารถที่จะเกิดขึ้นได้อยู่เช่นเดียวกัน ต้องบอกว่าหากเด็กคนไหนที่เกิดมาแล้วเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม หรือโรคนางฟ้ามานั้นถือว่าเป็นคนที่โชคไม่ค่อยดีนัก เพราะอย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าโรคนี้โอกาสที่จะมีเด็กเป็นได้ค่อนข้างน้อย แต่ทว่าก็ยังสามารถที่จะเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัวแม้ว่าจะไม่เคยมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้ก็ตาม ซึ่งจริงๆ แล้วเด็กที่ป่วยเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม นี้ยังมีโอกาสที่จะเสียชีวิตสูงถึง 50% เลยทีเดียว นั่นหมายความว่าเด็กครึ่งต่อครึ่งที่ป่วยเป็นโรคนี้ต้องเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร หากว่าคุณเองกำลังมีลูกหลานที่ป่วยเป็นโรควิลเลีย่ม ซินโดรม อยู่นี้ก็ควรที่จะหาวิธีในการรักษาและบำบัดอาการของโรคให้ดีขึ้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ เหล่านั้นต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร วิธีการรักษาและการบำบัดโรควิลเลี่ยม ซินโดรม ด้วยการที่โรควิลเลี่ยม ซินโดรมนี้เป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรม นั่นจึงหมายความว่าวิธีการรักษาโรคนี้นั้นไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งวิธีการรักษาหรือวิธีการบำบัดที่ดีที่สุดก็คือการพยายามดูแลผู้ป่วยตามอาการที่เขาเป็นซึ่งอาการป่วยนั้นอาจจะเกิดจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ พยายามเอาใจใส่และให้ความดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรมนี้มักจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนเป็นหลัก หากว่าทำการดูแลผู้ป่วยจากโรคแทรกซ้อนได้เป็นอย่างดีก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วภาวะโรคแทรกซ้อนที่พบกับผู้ป่วยโรควิลเลี่ยม ซินโดรม มากที่สุดก็คือ โรคหลอดเลือดตีบตัน ส่วนโรคอื่นๆ ก็จะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ที่ป่วยในแต่ละคนไปว่าจะมีอาการแทรกซ้อนที่ออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเมื่อรู้ว่าเด็กที่เกิดมานั้นมีอาการของโรควิลเลี่ยม ซินโดรม ก็ควรที่จะรีบนำไปพบแพทย์ทันทีเพื่อเรียนรู้วิธีการรรักษาและวิธีการบำบัดที่ถูกต้อง

การส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กที่เป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม

การส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กที่เป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม

การส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้ของเด็กในวัยต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่จะทำให้เด็กเหล่านั้นเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสิทธิภาพและเป็นคนที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม การให้รู้จักการเรียนรู้ตามพัฒนาการและตามวัยที่เหมาะสมถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนจะต้องทำ ไม่อย่างนั้นเด็กที่เติบโตมาอาจจะกลายเป็นคนที่สร้างภาระให้กับสังคมหรือว่าไม่รู้จักการเรียนรู้ในสิ่งที่ควรจะเป็นได้เช่นเดียวกัน นี่จึงขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ของพ่อแม่เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามสำหรับเด็กปกติการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะการพัฒนาของเด็กเหล่านี้ก็จะเป็นไปตามวันที่สมควร แต่กับเด็กกลุ่มหนึ่งที่ป่วยเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม หรือ โรคนางฟ้า เด็กเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้มากกว่าเด็กปกติหลายเท่า เนื่องจากทั้งอาการของเด็กที่เป็นรวมไปถึงลักษณะทางร่างกายต่างๆ มันส่งผลให้เด็กเหล่านี้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ตามวัยปกติเหมือนกับเด็กๆ ทั่วไป พ่อแม่เองจึงจำเป็นที่จะต้องมีความเอาใจใส่เด็กเหล่านี้ให้มากเป็นพิเศษ การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กโรควิลเลี่ยม ซินโดรม ที่ควรจะทำ พยายามให้เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เด็กทั่วไปทำ – ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตในสังคม เรื่องของการพูด อ่าน เขียน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กทุกคนพึงจะต้องกระทำ แต่สำหรับเด็กที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม อาจจะมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติหน่อย ทว่านั่นก็ไม่ใช่ปัญหาในการที่จะส่งเสริมพัฒนาการในเรื่องทั่วๆ ไปให้กับเขาเพื่อให้เขาได้รู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนที่แปลกไปจากคนอื่นๆ ในสังคม สามารถที่จะสื่อสารและทำความเข้าใจกับคนอื่นในสังคมได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งจะทำให้เด็กเองมีกำลังใจในการใช้ชีวิตและการพยายามที่จะดูแลตัวเองมากขึ้นด้วย ส่งเสริมด้านดนตรี – เด็กที่ป่วยเป็นโรควิลเลีย่ม ซินโดรม นั้นจะมีความแปลกอย่างหนึ่งก็คือเด็กเหล่านี้จะมีพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของดนตรีเก่งมาก พูดง่ายๆ ก็คือจะเป็นเด็กที่มีความสามารถทางด้านดนตรีสูง เพราะฉะนั้นหากเด็กป่วยเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม พ่อแม่ควรจะสนับสนุนให้เขานั้นได้แสดงออกทางด้านดนตรีจะเป็นด้านที่เขาให้ความสนใจมากที่สุด ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการมีสมาธิ – เด็กที่ป่วยเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม มักจะมีปัญหาในด้านของการเป็นเด็กสมาธิสั้น เพราะฉะนั้นจึงควรส่งเสริมให้เขาได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อเป็นการฝึกสมาธิและไม่ให้เป็นเด็กสมาธิสั้น

อาหารที่ควร และไม่ควรกินของเด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม

อาหารที่ควร และไม่ควรกินของเด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม

เรื่องของอาหารถือเป็นเรื่องที่คนเราทุกๆ คนจำเป็นต้องให้ความสนใจ และให้ความใส่ใจกันอย่างมาก เพราะว่าอาหารนั้นคือสิ่งที่จะทำให้ร่างกายได้เจริญเติบโตขึ้นมาด้วยการมีสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งอาหารแต่ละชนิดนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีสารอาหารที่เหมาะสมต่อร่างกายแตกต่างกันออกไป โดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนนั้นก็ควรจะกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งประกอบไปด้วย โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, เกลือแร่, วิตามิน และไขมัน ซึ่งสัดส่วนในการกินของแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายหรือว่าการใช้งานของร่างกายว่าควรกินอะไรเยอะกินอะไรน้อย แต่สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม หรือ โรคนางฟ้า นั้น การกินอาหารของเด็กเหล่านี้จะค่อนข้างมีความแตกต่างจากเด็กทั่วๆ ไปมากพอสมควร เพราะด้วยความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะกินอาหารบางประเภทได้ โดยสิ่งหลักๆ ที่ไม่ควรกินเลยก็คืออาหารจำพวกที่มีแคลเซี่ยมสูง และ อาหารที่มีวิตามิน ดี สูง เนื่องจากร่างกายของเขาจะผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิดโดยจะมีสารอาหารเหล่านี้มากมายอยู่ในตัว ทำให้หากยิ่งกินเข้าไปอีกจะยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกายค่อนข้างมากเลยทีเดียว อาหารที่ควรกินของเด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม โดยทั่วไปแล้วอาหารของเด็กที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม สามารถกินได้หากไม่มีวิตามิน ดี หรือ แคลเซียม สูงจนเกินไป แต่อาหารที่ควรเน้นให้กินบ่อยๆ เช่น ผักบุ้ง แครอท ที่ช่วยในการบำรุงสายตา ผัก ผลไม้หลายๆ ประเภท อาทิ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กินเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนกับร่างกาย เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่Read more about อาหารที่ควร และไม่ควรกินของเด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม[…]

วิธีในการดูแลเด็กที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม

วิธีในการดูแลเด็กที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม

หากว่าเด็กคนหนึ่งนั้นเกิดมาเป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม ต้องบอกว่าเด็กคนนี้อาจจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะโชคร้ายไปเสียหน่อยเนื่องจากว่าโรค วิลเลี่ยมซินโดรม หรือ โรคนางฟ้า นี้มีโอกาสเกิดขึ้นสำหรับเด็ก 1 ต่อ 10,000 คน เท่านั้น อย่างไรก็ตามหากว่าเด็กคนดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วและเป็นโรคนี้ พ่อแม่ทั้งหลายก็มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องช่วยดูแลและคอยเอาใจใส่เด็กเหล่านี้ให้มากๆ เพื่อที่จะให้เขาได้ใช้ชีวิตที่ยืนยาวเหมือนๆ กับคนปกติ ซึ่งพ่อแม่หรือคนดูแลเองถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในการดูแลเด็กๆ ที่เกิดมาเป็นโรคนี้ มาดูวิธีในการดูแลเด็กที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง พยายามพาไปพบแพทย์ตามที่กำหนด – เด็กที่เป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม นี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอด เพราะเด็กๆ เหล่านี้มักจะมีอาการจากโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เพราะฉะนั้นหากว่าถึงเวลาที่แพทย์นัดตรวจหรือนัดเช็คสุขภาพร่างกาย ก็ควรที่จะไปให้ตรงตามแพทย์นัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งคัดเสมอ อย่าให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อน – ส่วนมากแล้วเด็กที่เป็นโรคนี้มักจะไม่ได้เสียชีวิตจากอาการวิลเลี่ยม ซินโดรม แต่มักจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ โรคหลอดเลือดตีบตัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะระมัดระวังและตรวจสอบอาการต่างๆ ของเด็กที่เป็นอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคแทรกซ้อนต่างๆ ดูแลเอาใจใส่ในด้านการเรียนรู้ – เด็กๆ ที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม นี้มักจะเป็นเด็กที่สมาธิสั้น รวมถึงมีความบกพร่องในการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองเองควรที่จะเอาใจใส่ในด้านการเรียนรู้และพัฒนาการทางสมองของเขาให้มากๆ โดยอาจจะพยายามให้ดูเรื่องราวที่เป็นสาระ อ่านหนังสือที่เหมาะสมแก่วัย ให้เรียนหนังสือตามความเหมาะสม เป็นต้น จะช่วยให้เด็กๆ เหล่านี้สามารถเรียนรู้ได้ใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุดRead more about วิธีในการดูแลเด็กที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม[…]

การตรวจเด็กในท้องเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม

การตรวจเด็กในท้องเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม

หากว่าครอบครัวใดมีความหวังที่กำลังจะมีลูกแน่นอนเมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์นี่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องการ เพราะมันเป็นเสมือนกับความฝันที่จะคอยเติมเต็มให้ชีวิตครอบครัวนั้นมีความสุขสมบูรณ์แบบมากที่สุด พ่อแม่ทุกคนต่างก็เฝ้ารอคอยวันที่จะได้เห็นลูกน้อยของเขาได้เกิดมาและลืมตาดูโลกด้วยอวัยวะที่ครบ 32 ประการ อย่างไรก็ตามเมื่อแม่รู้ว่าตัวเองกำลังตั้งท้องนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องพยายามที่จะดูแลรักษาตัวเองให้ดี เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ดำรงชีวิตอีกต่อไป แต่ยังมีเด็กน้อยๆ ในท้องที่แม่คนนั้นจำเป็นจะต้องดูแลและร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันอีกอย่างน้อยก็ 9 เดือนเต็มๆ เมื่อคุณแม่ทุกคนรู้ตัวว่าตัวเองนั้นตั้งท้องแน่นอนว่าการไปฝากครรภ์ถือเป็นสิ่งที่ต้องกระทำกันอยู่ทุกคนอยู่แล้ว และเมื่อมีการฝากครรภ์คุณหมอเองก็จะเริ่มมีการตรวจตามลำดับขั้นตอนที่ควรจะเป็นแบบพื้นฐานว่าควรจะตรวจในลักษณะใดบ้าง ซึ่งโรคต่างๆ ในเด็กนั้นต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่พ่อแม่ทุกคนต่างก็กลัวและหวาดระแวงกันมากที่สุดที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง และแน่นอนว่ามีอยู่โรคหนึ่งที่พ่อแม่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเด็กๆ ก็สามารถเป็นได้อย่างโรค วิลเลี่ยมซินโดรม หรือ โรคนางฟ้า ซึ่งปัญหาอย่างหนึ่งของโรคนี้คือมันไม่สามารถจะรักษาให้หายได้ด้วย โดยปกติแล้วโรควิลเลี่ยม ซินโดรม จะเกิดจากการขาดหายไปของยีนจำนวน 26 ยีน บนแขนข้างยาวของบริเวณโครโมโซมคู่ที่ 7 ซึ่งปัญหาก็คือการขาดหายไปของโครโมโซมในลักษณะนี้อาจจะไม่ได้เกิดระหว่างที่ทารกกำลังอยู่ในครรภ์ หรือในช่วงเวลาที่ตรวจได้ เพราะอาการแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในภายหลังหรือโดยการที่ระหว่างอยู่ในครรภ์เองไม่สามารถจะรู้ได้ว่าเด็กมีอาการแบบนี้อยู่ และที่น่าเศร้ามากยิ่งกว่าคือการที่เด็กคนหนึ่งจะเป็นวิลเลี่ยม ซินโดรมนั้นไม่จำเป็นต้องเกิดจากพันธุกรรมเพราะเด็ก 1 ใน 10,000 คนสามารถเป็นได้ นี่จึงเป็นปัญหาที่บางครั้งเมื่อลูกที่เกิดมามีอาการดังกล่าวจึงทำให้พ่อแม่หลายๆ คนถึงกับทำใจรับได้ลำบาก และอีกประเด็นที่สำคัญก็คือโรคดังกล่าวนี้ไม่มีวิธีในการรักษาให้หายขาด พูดง่ายๆ ก็คือหากว่าเด็กเกิดเป็นแบบนี้ขึ้นพ่อแม่เองก็จำเป็นที่จะต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำหน้าที่ของพ่อแม่เองให้ดีที่สุดเพื่อให้เด็กเหล่านี้รู้สึกว่าอย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีพ่อแม่ที่เข้าใจเขาอยู่