อาหารที่ควร และไม่ควรกินของเด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม

syndrome-baby-foot

เรื่องของอาหารถือเป็นเรื่องที่คนเราทุกๆ คนจำเป็นต้องให้ความสนใจ และให้ความใส่ใจกันอย่างมาก เพราะว่าอาหารนั้นคือสิ่งที่จะทำให้ร่างกายได้เจริญเติบโตขึ้นมาด้วยการมีสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งอาหารแต่ละชนิดนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีสารอาหารที่เหมาะสมต่อร่างกายแตกต่างกันออกไป โดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนนั้นก็ควรจะกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งประกอบไปด้วย โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, เกลือแร่, วิตามิน และไขมัน ซึ่งสัดส่วนในการกินของแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายหรือว่าการใช้งานของร่างกายว่าควรกินอะไรเยอะกินอะไรน้อย

แต่สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรค วิลเลี่ยมซินโดรม หรือ โรคนางฟ้า นั้น การกินอาหารของเด็กเหล่านี้จะค่อนข้างมีความแตกต่างจากเด็กทั่วๆ ไปมากพอสมควร เพราะด้วยความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะกินอาหารบางประเภทได้ โดยสิ่งหลักๆ ที่ไม่ควรกินเลยก็คืออาหารจำพวกที่มีแคลเซี่ยมสูง และ อาหารที่มีวิตามิน ดี สูง เนื่องจากร่างกายของเขาจะผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิดโดยจะมีสารอาหารเหล่านี้มากมายอยู่ในตัว ทำให้หากยิ่งกินเข้าไปอีกจะยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกายค่อนข้างมากเลยทีเดียว

อาหารที่ควรกินของเด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม

โดยทั่วไปแล้วอาหารของเด็กที่เป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม สามารถกินได้หากไม่มีวิตามิน ดี หรือ แคลเซียม สูงจนเกินไป แต่อาหารที่ควรเน้นให้กินบ่อยๆ เช่น ผักบุ้ง แครอท ที่ช่วยในการบำรุงสายตา ผัก ผลไม้หลายๆ ประเภท อาทิ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กินเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนกับร่างกาย เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และอาหารประเภทอื่นๆ ตามที่แพทย์สามารถให้คำแนะนำได้

อาหารที่ไม่ควรกินของเด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม

อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรกว่าอาหารที่เด็กเป็นโรควิลเลี่ยม ซินโดรม ไม่ควรกินอย่างมากก็คืออาหารที่มีวิตามิน ดี และ แคลเซี่ยม สูง ซึ่งอาหารประเภทเหล่านั้นประกอบได้ด้วย นม, ไข่แดง, เนื้อปลาแซลม่อน, เต้าหู้, ถั่วเหลือง, อัลมอนด์, น้ำมันตับปลา, ถั่วแระ, ปลาซาร์ดีน, บร็อคโคลี่, คะน้า, ส้ม, น้ำมันตับปลา, ตับ, ผักกาดเขียว, กวางตุ้ง เป็นต้น

จากสิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับพ่อแม่หรือผู้ปกครองทุกคนที่เด็กในความดูแลของคุณอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคเหล่านี้อยู่ อีกวิธีการหนึ่งที่ดีที่สุดคือการไปพบแพทย์และขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ให้เข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน เพราะนอกจากจะทำให้พวกเขาเติบโตได้อย่างแข็งแรงแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ด้วย