Williams syndrome โรคนางฟ้า วิธีสังเกตอาการและผลกระทบของโรคนี้

โรคนางฟ้าจัดว่าเป็นโรคอีกประเภทหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นจากพันธุกรรมทำให้ยังไม่สามารถหาวิธีในการรักษาโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด ถือว่าเป็นโรคที่แม้เด็กส่วนน้อยจะมีโอกาสเป็นแต่ก็คงไม่ดีแน่ๆ ถ้าหากว่าลูกของใครสักคนเกิดมาแล้วมีอาการโรคนี้ติดมากับตัว ซึ่งพ่อแม่ทั้งหลายเองก็พยายามที่จะหาวิธีการต่างๆ เพื่อไม่อยากให้โรคนี้เกิดขึ้นกับโรคของตัวเอง

โรคนางฟ้า หรือ Williams syndrome คือโรคอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิด แม้เป็นโรคที่พบได้น้อยมากแต่ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กหลายคน สาเหตุหลักมาจากการที่ยีนจำนวน 26 ยีน บนแขนข้างยาวของตัวโครโมโซมคู่ที่ 7 โรคดังกล่าวอาจเกิดขึ้นอาจเกิดกับเด็กทารก 1 ใน 10,000 คน Dr. J.C.P. William คือผู้ที่ค้นพบโรคนี้เป็นคนแรก ถือว่าเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคนไม่ว่าประวัติในครอบครัวจะมีใครเคยเป็นโรคนี้หรือไม่ก็ตาม

วิธีสังเกตอาการรวมถึงผลกระทบของโรคนางฟ้า

ต้องบอกก่อนว่าอาการรวมถึงผลกระทบของโรคนางฟ้าสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือการผิดปกติทางร่างกายกับการผิดปกติทางสุขภาพเกิดด้วยกัน สิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนสำหรับเด็กที่เป็นโรคนางฟ้าก็คือ ใบหน้าของเด็กที่เป็นโรคนางฟ้าจะมีลักษณะคล้ายหูเอลฟ์ จมูกแบน ขนาดปากจะกว้างกว่าปกติ ช่องว่างระหว่างฟันกว้าง ริมฝีปากหนาอิ่ม ตัวจะเตี้ยกว่าเด็กทั่วไป นิ้วก้อยคดงอ หน้าอกจมผิดปกติ น้ำหนักตอนแรกคลอดน้อยกว่าเด็กทั่วไป สายตายาว มีปัญหาเกี่ยวกับการทานอาหาร มีความบกพร่องในด้านของการเรียนรู้ สมาธิสั้น ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดผิดปกติ มีปัญหาทางด้านกล้ามเนื้อและกระดูก แต่ประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องกับการฟังจะรับรู้ได้เร็วกว่าปกติ หากได้ยินเสียงแหลมหรือเสียงดังเกินไปอาจจะทำให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้รู้สึกเจ็บได้ อาการอีกประเภทที่ถือว่าแสดงออกมาจากการกระทำได้อย่างชัดเจนคือจะค่อนข้างร่าเริงกว่าเด็กทั่วไป เข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่าย ชอบทำอะไรเสียงดัง มีความชื่นชอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดนตรีเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามเด็กที่ป่วยเป็นโรคนางฟ้ามักจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนตั้งแต่วัยเด็กเยอะมาก คิดเป็น 50% ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคนางฟ้าเลยก็ว่าได้

หากใครที่มีลูกหรือพบว่าคนในบ้านของตนเองป่วยเป็นโรคนี้อยู่ก็ควรที่จะให้การดูแลมากเป็นพิเศษ ใส่ใจมากกว่าปกติเพื่อให้คนที่ป่วยได้รู้สึกว่าตัวเขาเองไม่ได้เป็นตัวประหลาดของสังคมและพร้อมที่จะมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคนี้ต่อไป